บ้าน…ตอนจบ
บ้าน แต่ละหลัง แยกกันอยู่แต่ละครอบครัว พี่มีครอบครัวกันทุกคนแล้ว แม่ก็แก่มากแล้วแถมยังเป็นโรคอะไรซักอย่างที่ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมแม่ชอบหนีผมไปตอนวันเสาร์-อาทิตย์ทุกครั้ง และไปทีละนานๆ กว่าจะกลับก็เช้าอีกวัน เหตุการณ์นี้ผมเก็บเอาไปฝันตั้งแต่เข้ากรุงเทพใหม่ๆ เพราะเข้าใจว่าแม่ทิ้งผมไป จนจบ ปวช. ปี3 จึงเลิกฝัน แต่หลังจากวันที่ผมได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีแล้ว 2 วัน พี่ก็มาบอกว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ระยะสุดท้ายแล้ว ผมนึกถึงวันที่แม่แต่งตัวด้วยเสื้อและผ้าถุงที่ผมซื้อให้ และมาร่วมงานรับปริญญาผมในวันนั้น ท่านไม่ได้ดูเหมือนคนป่วยเลย ผิวอิ่มเอิบ สวยมากในสายตาผม
สวยมากกว่าแฟนที่ผมพามาแนะนำท่าน สวยมากกว่าเพื่อนสาวอีกหลายๆ คนที่อยู่ในที่แห่งนั้นและใส่ชุดครุยพวกนั้น แน่นอนผมเข้าไปกอดพร้อมน้ำตาดีใจและกระซิบบอกกับท่านว่า ผมคว้าปริญญาให้ท่านได้แล้วนะ ท่านก็แค่ยิ้มและเขกหัวผมเบาๆ 1 ทีเท่านั้น นี่เหรอคนป่วย นี่เหรอ คนที่กำลังใกล้จะ… ผมเพิ่งเข้าใจว่า ที่แม่หนีผมไปหลายครั้งในตอนนั้น เพราะแม่ต้องไปรักษาที่ มอ. ซึ่งเป็นต่างจังหวัด และเท่าที่นับดูแล้ว แม่รักษามานานมาก แต่แล้วทำไม แม่ถึงยังไม่หาย ไอ้โรคห่านั่น มันไม่ยอมไปจากตัวแม่ มันยังอยู่ในตัวแม่
ครั้งสุดท้ายที่เราได้นอนคุยกันบนร้านที่ปลูกขึ้นง่ายๆ นั้น ผมเล่าเรื่องสมัยเด็กๆ ให้แกฟัง ตั้งแต่สมัยพ่ออยู่ จนได้ไปเกเรอยู่ที่ไร่บนเขา สมัยที่ยังมีบ้านและสวนผลไม้
สวนยาง และไร่ข้าว เราเคยหัดเกี่ยวข้าวด้วย “แกละ” แอบย่องไปเอาไข่นกคุ้มมาต้มกินกับพี่สาว พกหนังสติ๊กไปยิงนก เข้าป่าล่าสัตว์กับพี่เขย เคยแอบตามพ่อไปชายทะเลดูแกทอดแหหาปลา เคยแอบหนีไปว่ายน้ำทะเลตอนฝนตกคลื่นแรง จนแม่ตามไปตีและไล่กลับบ้าน จนวันนี้ผมก็ยังว่ายน้ำไม่ค่อยเป็น เล่าเรื่องที่ตอนสมัยเรียนอยู่ ป.2 ไปชกกับเด็กบ้านข้างๆ ข้ามวันข้ามคืนจนพี่เขยต้องไล่คู่กรณีให้หนีเพื่อที่ผมจะได้เลิก เคยหนีการกินยาแก้ไข้วิ่งลงทะเล ต้องลำบากพี่เขยอีกที่ต้องวิ่งไล่จับผมกินยา แอบหนีเรียนไปมุดเข้าป่าใกล้ชายหาดเพื่อหา “ลูกหวาด” มาให้พี่เล่นหมากเก็บ เดินตามชายหาดตอนเที่ยงจนเย็นเพื่อหาลูกสะบ้าไปเล่นกับเพื่อน จนไม่ยอมกลับบ้านกินข้าว แอบรบเร้าแม่ให้ทำเรือนเพาะชำ เพราะผมไม่มีที่จะเก็บไม้ป่าที่หามาได้ตอนไปล่าสัตว์ซึ่งเยอะแยะเต็มบ้านไปหมดจนแกต้องขนไปทิ้งบ่อยๆ เคยไปช้อนปลามังกรน้อยมากัดกับปลาเพื่อนๆ เคยไปจับปลากาตูนมาเลี้ยงแล้วตาย เคยยิงนกแล้วทิ้งไว้ให้แกเอามาย่างให้กิน แต่ท่านไม่มีเวลาทำให้จนมันเน่า เคยแอบเอาไก่ที่แม่แกเลี้ยงไว้ไปตีกับไก่ชาวบ้านได้เงินมาโดยหลอกแกว่าขายผลฝรั่งมาได้ หลายต่อหลายเรื่อง
จนแกบอกว่า “ลูกเอ้ย ที่ดินผืนนี้คงเป็นที่สุดท้ายแล้ว ที่จะได้สร้างให้ลูกๆ ถ้าอยากจะทำความฝันให้เป็นจริงก็ขอให้อย่าทิ้งฝัน ต้องมีความพยายาม และหากเป็นไปได้ถ้าไม่ลำบากจริงๆ ก็อย่าขายที่ดินผืนนี้ ให้เก็บรักษาไว้จนชั่วลูกชั่วหลานนะ”
จนท่านเสีย ซึ่งพี่ๆ ทุกคนก็แต่งตัวให้ท่านเหมือนกับวันที่ท่านได้ไปงานวันรับปริญญาผมนั่นเอง แต่ผมกลับไปรดน้ำศพท่านไม่ทัน ยังเสียใจอยู่จนทุกวันนี้ และแน่นอน ผมไม่คิดที่จะขายที่ดินที่ผมเกิดหรอก แม้ว่าพี่ๆ หลายคนคิดที่จะแบ่งที่ดินที่ได้รับเป็นมรดกหลังจากวันที่ท่านเสียไปแล้วจะไปขายแล้วย้ายไปอยู่ตามครอบครัวเค้าก็ตาม
แต่ผมจะเก็บไว้ ถึงแม้ว่า มันจะไม่ใช่ที่ดินผืนเดียวกับบ้านที่พ่อเคยปลูกอยู่ แต่มันก็เป็นผืนที่เรา เคยร่วมบุกเบิกมาด้วยกัน และมันมีเนื้อที่มากพอ ที่จะสร้าง “ฝันของผม”
ที่อยากจะให้มันกลับมาเป็นเหมือนเมื่อเราเคยอยู่ตอนสมัย 20 กว่าปีนั้น
แม้บัดนี้จะไม่มีแม่แล้ว แต่ผมสัญญาว่า หากยังมีลมหายใจ ผมก็จะพยายาม เพื่อไล่ตามฝัน สิ่งที่แม่และพ่อพยายามมาทั้งหมดจะไม่สูญเปล่าและหมดไปจากรุ่นของผมเป็นอันขาด แม้ว่า พี่ๆ เค้าจะไม่คิดแบบนั้นก็ตาม อย่างน้อยๆ ถึงผมจะมีความทรงจำเพียงนิดหน่อยกับเหตุการณ์นั้นในตอน 2 ขวบ ในตอนที่ยังมีพ่ออยู่ และในตอนที่แม่เคยบอกในหลายเรื่อง ผมก็จะไม่ลืม จะพยายามทำให้สิ่งเหล่านั้น ติดอยู่ในความทรงจำต่อไป และ จะพยายาม สร้างฝันใหม่ๆ หากมีอะไรที่น่าจดจำ ซึ่งมันอาจไปแทรกความทรงจำเก่าๆ ให้เลือนหาย ผมก็ขอที่จะ ถ่ายทอดเรื่องราวใหม่ๆ ที่น่าจดจำเหล่านั้น ไว้ในภาพถ่ายแทน เพื่อที่ความทรงจำในสมองของผม อาจจะไม่เลือนหายไปอีก และก็จะพยายามสื่อให้ได้เหมือนกับที่คิด หากว่าซักวัน ได้หยิบขึ้นมาดูสิ่งที่ถ่ายไปนั้นอีกครั้ง บางทีเราอาจมีปัญญาทำสิ่งที่อยู่ในภาพถ่ายและถือเป็นความทรงจำบทหนึ่งนั้น ให้เป็นเรื่องราว ให้เกิดขึ้นอีกครั้งก็ได้
ใครจะไปรู้
หมายเหตุ : จริงๆ แล้วนี่คงไม่ถือว่าเป็นการบ่น แต่เป็นการเขียนเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเรื่องบางเรื่องมากกว่า เพราะมีน้องคนนึงฉุดให้คิดว่า ทำไมชอบถ่ายภาพ เพราะเค้าไปเที่ยวไม่เคยถ่ายภาพแต่เก็บเอาเป็นความทรงจำซะส่วนมาก ซึ่งต่างกับผมโดยสิ้นเชิง ก็เลยนึกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วก็อยากจะเขียน บอกไว้ก่อนเผื่อใครผ่านมาอ่าน แต่จริงๆ คงไม่ต้องออกตัวอะไร เพราะนี่มันก็เว็บผมเองนี่หว่า
เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้อง
Tags: กระท่อม, กระบี่, บ้าน, มอ., มะเร็ง, ลูกหวาด, เรื่องเล่า, โรงพยาบาล, โรงพยาบาลกระบี่
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.